คอลลาเจน สูตรขาวใส สลายพุง บำรุงข้อกระดูก 160,000 มก./10 ซอง

600.00฿ 540.00฿

  • รายละเอียด

    คอลลาเจน สูตรขาวใส สลายพุง บำรุงข้อกระดูก รสกรีนแอปเปิ้ล 16,000 มก./1 ซอง

    ขนาดรับประทาน วันละ 1 ซอง ก่อนอาหาร 30 นาที

    ด้วยปริมาณคอลลาเจนสูงถึง 10,000 มก. (ต่อซอง)  สกัดจากปลาทะเลน้ำลึก และวิตามินอีก 6,000 มก. (ต่อซอง) เสริมสร้างคอลลาเจนเพิ่มความชุ่มชื่นและความยืดหยุ่นให้กับผิว ลดความแห้งกร้านและอาการคันของผิวหนัง ชะลอการเกิดริ้วรอย จุดด่างดำและรอยสิวต่างๆ บำรุงรักษากระดูกที่หัก ไข้ข้อที่อักเสบ ผม กระดูก เล็บ ฟัน และควบคุมน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยม

    1. Collagen Tripeptide 10,000 mg. คอลลาเจนที่ผ่านการย่อยด้วยกรด จนได้ขนาดอนุภาคที่เล็กที่สุด หรือที่เรียกอีกชื่อว่า ไฮโดรไลเซตคอลลาเจน ซึ่งขนาดยิ่งเล็กเท่าใดจะบ่งบอกถึง ประสิทธิภาพในการดูดซึมที่ดียิ่งขึ้น เมื่อเปรียบเทียบชนิดของ คอลลาเจนไตรเปปไทด์ ที่สกัดจากสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น หมู วัว ปลา จากผลการวิจัยจะพบว่า คอลลาเจน ไตรเปปไทด์ ที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึก มีลักษณะคล้ายโครงสร้างคอลลาเจน ของผิวคน นอกจากนี้ ร่างกายจะดูดซึมคอลลาเจน จากกระเพาะอาหารได้ดีกว่า ทางผิวหนัง ทำให้การเติมคอลลาเจนให้แก่ผิวด้วย การรับประทานสารสกัดคอลลาเจน อย่างต่อเนื่อง จะช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อ คอลลาเจนใต้ผิวหนัง ให้เติมเต็มริ้วรอย และลดความเหี่ยวย่นของผิวอย่างได้ผล ทำให้ผิวมีความชุ่มชื่น นุ่มเนียนขึ้น แลดูอ่อนเยาว์ไปหลายปี
    2. L-Glutathione 50 mg.  เป็นกรดอะมิโนที่สำคัญในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกระ, ฝ้า และจุดด่างดำ นอกจากนี้พบว่าผู้ที่มีสภาพการทำงานของตับบกพร่อง ผู้ที่ทานแอลกอฮอล์เป็นประจำ รวมทั้งผู้ป่วยโรคตับอักเสบและตับแข็ง จะพบ L-Glutathione (แอลกลูต้าไธโอน) ในตับมีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้ประโยชน์ได้ จำเป็นต้องได้รับเสริมเข้าไปโดยตรงจากแหล่งอาหารอื่นๆ เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์บางชนิด รวมทั้งที่อยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วย
    3. L-Carnitine 300 mg.  แอลคาร์นิทีนป็นชื่อของสารตัวหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเราเอง โดยสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนีน (methionine) และ ถูกใช้ไปในหน้าที่ต่างๆ หลายอย่าง เช่น เข้าไปช่วยเพิ่มกระบวนการในการดึงไขมันไปใช้ โดยการขนส่งกรดไขมัน (fatty acid) เข้าไปในศูนย์กลางของการสร้างพลังงานของเซลล์ หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ แอล-คาร์นิทีนช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนกรดไขมันไปเป็นพลังงานนั่นเอง ซึ่งพลังงานที่ได้มาส่วนใหญ่ก็จะถูกใช้สำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย และเพราะกระบวนการพื้นฐานดังกล่าวของสารชนิดนี้ จึงทำให้สื่อโฆษณานำมาใช้เป็นประเด็นหลักในการสร้างโฆษณาเพื่อให้เห็นว่า “เมื่อกินแอล-คาร์นิทีน แล้วร่างกายเหมือนจะได้ทำงานดึงไขมันไปใช้ตลอดเวลา แม้แต่ในยามหลับ” L-Carnitine ทำหน้าที่สำคัญในระบบเมตาบอลิซึมเพื่อสร้างพลังงาน โดยผ่านกระบวนการเผาผลาญกรดไขมันที่เรียกว่า Beta-oxidation ซึ่งเกิดภายในไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) ของเซลล์ต่างๆ รวมไปถึงเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจและกล้ามเนื้อลาย โดยปกติ L-Carnitine จะเปลี่ยนไปอยู่ในรูปของ Acyl-Carnitine ทำหน้าที่ขนส่งกรดไขมันสายยาวเพื่อนำไปเผาผลาญภายในไมโตคอนเดรียแล้วจึงเปลี่ยนกลับมาเป็น L-Carnitine เหมือนเดิม ดังนั้นเราจึงอาจกล่าวได้ว่า L-Carnitine มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อวัฏจักรของการสลายกรดไขมันในร่างกาย ขณะเดียวกันการขาด L-Carnitine นอกจากจะมีผลเสียต่อเมตาบอลิซึมของกรดไขมันแล้วยังอาจทำให้เกิดความผิดปกติต่อกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งในปัจจุบันมีการศึกษาที่พบว่าการให้ L-Carnitine สามารถลดอัตราการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ (All- cause mortality, 27%) ลดภาวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ (Ventricular arrhythmias, 65%) และลดการปวดเค้นของกล้ามเนื้อหัวใจ (Angina, 40%) แต่ไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการลดอุบัติการการเกิดโรคหัวใจวาย (Heart failure)
    4. L-Cysteine 100 mg. แอล-ซีเตอีน เป็นสารประเภท กรดอะมิโน ชนิดหนึ่งที่เป็นสารตั้งต้นในการการสร้าง กลูต้าไธโอนให้กับร่างกาย โดย L-Cysteine จะทำงานร่วมกันกับ Glycine และ Glutamic acid ที่มีมากในร่างกายเรา และสารที่จะสั่งให้เกิดการ form พันธะเ ป็นกลูต้าไธโอนได้นั้นคือ กลุ่มVITAMIN C หรือแคลเซี่ยม แอสคอร์เบต (Calcium Ascorbate) สร้างที่ตับ ความจริงแล้วร่างกายเราสามารถสร้างกลูตาไธโอนได้เองในตับ จากการที่เรารับประทานเนื้อสัตว์หรือโปรตีนเข้าไปในร่างกาย โดยกลูตาไธโอนเป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโนที่มีอยู่ในเนื้อสัตว์ ประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ คริสทีอีน(Cysteine) ไกลซีน(Glycine)และ กลูตามิค เอซิด (Glutamic Acid) โดยสารดังกล่าวช่วยสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่างๆ เพื่อขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ทั้งยาฆ่าแมลง โลหะหนัก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ร่างกายได้รับ นอกจากนี้ยังช่วยในการสร้างเอ็นไซม์ต้านอนุมูลอิสระ โดยทำหน้าที่ร่วมกับวิตามินซี ซึ่งได้ร่วมกันซ่อมแซมสารพันธุกรรมที่อาจเปลี่ยนแปลงการเป็นมะเร็งได้ และยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ไทซิเนส(Tysinase) ไม่ให้สามารถเปลี่ยนเป็นโดปาควินโนน( Dopaquinone) ซึ่งมีผลทำให้สร้างเม็ดสีน้อยลง ทำให้มีผิวขาวชั่วคราว มีคุณสมบัติลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ต้านการเสื่อมของเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวหน้า ขาวสวยใส เรียบ เนียน เปล่งปลั่ง ฝ้าและ จุดด่างดำ รวมถึงผิวทั่วเรือนร่าง เช่นใต้วงแขน บริเวณขอบชุดชั้นใน (Bikini line) ริมฝีปาก และบริเวณหัวนม ให้ขาวอมชมพู
    5. L-Glutamine 1,000 mg. สารอาหารที่ช่วยซ่อมแซมมัดกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ จากการออกกำลังกาย และช่วยลดอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ ในระหว่างการออกกำลังกาย ทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น เป็นกรดอะมิโนที่มีมากที่สุดในร่างกาย จะเป็นตัวช่วยทำลายกรดแลคติค ( Lactic Acid) ที่เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อ เช่น ระหว่างการออกกำลังกายอย่างหนัก การทำลายกรดแลคติดจะช่วยลดอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ออกกำลังกายได้ยาวนานขึ้นL-Glutamine เป็นกรดอะมิโนชนิดจำเป็น ( Essential Amino Acid) และเป็นกรดอะมิโนที่มีมากที่สุดในร่างกาย โดยมากกว่า 60% ของ L-Glutamine จะอยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อจึงถือเป็นกรดอะมิโนที่เป็นโครงสร้างสำคัญของกล้ามเนื้อนั่นเอง L-Glutamine มีอยู่ในเวย์โปรตีนบางส่วน แต่ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าเพียงพอต่อความต้องการในระหว่างออกกำลังกาย เพราะระหว่างออกกำลังกายอย่างหนัก ร่างกายจะสร้างกรดแลคติคออกมาตลอดเวลา ดังนั้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนที่มีปริมาณ L-Glutamine ที่มากเพียงพอด้วยหน้าที่หลักของ L-Glutamine คือ ช่วยลดอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ โดยการช่วยทำลาย กรดแลคติค ( Lactic Acid) ที่เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อ ทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น นอกจาก นั้น L-Glutamine ยังมีประโยชน์คล้ายกับ BCAAs ด้วยคือ ช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ( Growth Hormone) ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ร่างกายมีการสังเคราะห์โปรตีน เพื่อเสริมสร้างเซลล์กล้ามเนื้อและช่วยซ่อมแซมเซลล์กล้ามเนื้อที่สึกหรอหรือได้รับบาดเจ็บจากการออกกำลังกายที่รุนแรง ช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในนักกีฬาที่ใช้สมองมาก L-Glutamine ยังเป็นแหล่งพลังงานที่ดีสำหรับสมอง ช่วยให้สมองมีการทำงานที่ดีมากขึ้น โดย L-Glutamine จะทำหน้าที่เป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารสื่อประสาท (Neurotransmitter) คือ Glutamate และ GABA ( Gamma-Aminobutyric Acid ) นอกจากนี้ L-Glutamine ยังช่วยล้างพิษสารแอมโมเนียที่เกิดขึ้น จากการทำงานหนักของสมองอีกด้วย
    6. L-Glycine  100 mg.ไกลซีน เป็นกรดอะมิโนที่มีบทบาทสำคัญมากในการสร้างโปรตีนในร่างกาย การสร้างของ RNA, DNA, กรดน้ำดี กระตุ้นตับให้สร้างกลูต้าไธโอน และกรดอะมิโนอื่น ๆ ในร่างกาย ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยดูดซึมของแคลเซียมในร่างกาย และเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงาน
    7. Acerola cherry 200 mg.  อะเซโลรา เชอร์รี่เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ คือ วิตามินซี มีโปรตีนและแร่ธาตุสูงโดยเฉพาะ เหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม และมีสาระสำคัญตัวหนึ่งชื่อ trans-beta-carotene ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย มีปริมาณของไขมันอิ่มตัว และโซเดียมต่ำ ไม่มีคลอเลสเตอรอล และจากผลการวิจัยพบว่า อะเซโรลา เชอร์รี่ มีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าที่พบในส้มถึง 30-80 เท่า
    8. White kidney bean Extract  200 mg. สารสกัดจากถั่วขาว มีสารสำคัญที่ชื่อว่า “ฟาซิโอลามิน” (Phaseolamin) ซึ่งมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะไมเลส (Amylase) ที่ทำหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรตหรือแป้ง จึงมีคุณสมบัติเป็นตัวบล็อกแป้ง (Starch Blocker) โดยจะจับกับพันธะระหว่างโมเลกุลของแป้ง ทำให้เอนไซม์อะไมเลสไม่สามารถย่อยแป้งให้กลายเป็นน้ำตาลได้ ทำให้อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งที่เราทานเข้าไปไม่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลทั้งหมด โดยสารฟาซิโอลามินในถั่วขาว จะมีคุณสมบัติในการยับยั้งกระบวนการย่อยแป้งเป็นน้ำตาลมากกว่า 50%  หากได้รับสารสกัดจาก “ถั่วขาว” เข้าไปในปริมาณ 250 มิลลิกรัมต่อวันจะร่างกายได้รับพลังงานจากแป้งลดน้อยลงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งมีผลทำให้การสะสมของไขมันในร่างกายที่เกิดจากน้ำตาลในแป้งลดน้อยลง เมื่อร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน ดังนั้นร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันเก่าที่สะสมออกมาใช้มากยิ่งขึ้นรวมทั้งสามารถลดระดับไตรกรีเซอไรด์ในร่างกายด้วย จึงทำให้น้ำหนักลดลงโดยไม่ต้องใช้วิธีอดอาหารหรือกินยาลดความอ้วน จึงนิยมมาทำ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก
    9. Cactus Extract 150 mg.  สารสกัดจากต้นกระบองเพชร เป็นพืชพื้นเมืองที่มีแหล่งกำเนิดในแถบทะเลทราย และชาวพื้นเมืองประเทศ เม็กซิโกได้ให้ความสำคัญกับกระบองเพชรเป็นอย่างมาก สังเกตได้จาก ธงชาติของเม็กซิโก จะมีรูปต้นกระบองเพชรอยู่ด้วย และจากภูมิปัญญาชาวบ้านยังใช้ในการดูแลสุขภาพ และช่วยลดความอยากอาหารควบคุมน้ำหนักมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยประโยชน์นี้นักวิจัยและนักโภชนาการจึงได้พัฒนาคิดค้นด้านสายพันธุ์และทำการวิจัยคิดค้นมากมายจนพบว่า กระบองเพชรอุดมด้วยคุณค่าสารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ในการลดน้ำหนัก ลดไขมัน และโคเลสเตอรอล ลดระดับน้ำตาล และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้ด้วย
    10. Garcinia Extract 100 mg. สารสกัดจากผลส้มแขกนั้นในทางเคมี ก็คือ กรดไฮดร๊อกซีซิตริค (Hydroxy Citric Acid) หรือ สารเอชซีเอ (HCA) ที่พบว่ามีคุณสมบัติในการขัดขวางการเปลี่ยนสารอาหารจำพวกน้ำตาลกลูโคส (Glucose)ไม่ให้เปลี่ยนไปเป็นสารอาหารจำพวกไขมันสะสมที่เป็นปัญหาของความอ้วนและปัญหาทาง สุขภาพอื่นๆ อีกมากมายโดยจากการศึกษาอย่างลึกซึ้งทำให้เราพบว่าสารเอชซีเอ ที่สกัดได้จากผลส้มแขก (Garcinia Cambogia) นี้หลังจากที่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้วก็จะไปขัดขวางการทำงานของเอ็นไซม์ที่มีชื่อว่า เอทีพีซิเตรตไลเอส (ATP Citratelyase)ทำให้น้ำตาลกลูโคสที่มีมากเเกินความต้องการของร่างกายไม่สามารถถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม (New Fat) ได้และนอกจากนั้นยังพบว่าสารเอชซีเอยังไปมีผลในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเอ็นไซม์อีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่าเอ็นไซม์คาร์นิทีน เอซิล ทรานสเฟอร์เรส (Carnitine Acyl Transferase)ที่จะส่งผลในการเร่งการสลายไขมัน-สะสมที่มีอยู่ในร่างกายให้สลายออกไปเป็นพลังงาน ดังนั้นสารสกัดจากผลส้มแขกซึ่งถือเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ไม่มีอันตรายใดๆ ต่อร่างกายนั้นจะให้ผลทั้งการลดการสะสมของไขมันใหม่ที่เกิดจากการที่ร่างกายของเรามีสารอาหารน้ำตาลกลูโคสมากเกินความต้องการและยังส่งผลในการช่วยเร่งการสลายไขมันเก่าที่มีสะสมอยู่แล้วโดยเฉพาะในคนอ้วนให้ออกไปจากร่างกายในรูปของพลังงานอย่างไรก็ตามพบว่า หากร่างกายของเราได้รับสารอาหารจำพวกน้ำตาลหรือสารอาหารคาร์โบไฮเดรตที่จะสามารถถูกเปลี่ยนเป็นสารอาหารจำพวกน้ำตาลได้ในกระแสเลือดในปริมาณสูงมากๆนั้น เฉพาะเพียงผลของ สารเอชซีเอ จากผลส้มแขก อาจให้ผลได้ไม่เพียงพอเพราะถึงแม้ว่าน้ำตาลกลูโคสจะไม่ สามารถถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมใหม่ได้ด้วยผลของสารเอชซีเอหากเซลล์ต่างๆไม่มีการเพิ่มการนำน้ำตาลกลูโคสที่ยังคงมีอยู่ในกระแสเลือดไปใช้เป็นพลังงานในเซลล์ได้หมดก็อาจะทำให้น้ำตาลกลูโคสสามารถเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมใหม่ได้ เมื่อหมดฤทธิ์ของสารเอชซีเอในเลือดดังนั้นในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์จึงได้ทำการแก้ไขข้อบกพร่องในการทำงานของสารเอชซีเอดังกล่าวด้วยการแนะนำให้รับประทานร่วมกับสารอาหารเกลือแร่โครเมียมโพลีนิโคติเนต(Chromium Polynicotinate)ที่พบว่ามีคุณสมบัติในการช่วยเร่งการนำเอาน้ำตาลกลูโคส ที่มีมากเกินไปในกระแสเลือดให้เข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปสลายเป็นพลังงานเกลือแร่โครเมียมนิโคติเนตนี้จะสามารถพบได้ในทุกๆ เซลล์โดยพบว่าเป็นส่วนประกอบของโครงสร้างหลักอันหนึ่งของเยื่อหุ้มเซลล์ที่เรียกว่ากลูโคสโทเลอรานซ์แฟคเตอร์ (Glucose Tolerance Factor) หรือ GTF และ GTF นี้ เองที่ทำงานร่วมกับฮอร์โมนอินซูลินในการนำน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปสลายเป็นพลังงานและหากร่างกายเรามีความบกพร่อง เกลือแร่โครเมียม ก็จะส่งผลทำให้เกิดภาวะเบาหวาน(Diabetes) และการเกิดภาวะไขมันสะสมใหม่ที่มีผลต่อสุขภาพอื่นๆของเราตามมาได้ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาไขมันทั้งไขมันใหม่ที่เกิดจากสารอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล และไขมันสะสมเก่าในคนอ้วน หรือผู้ที่มีปัญหาของน้ำหนักตัวนั้นการได้รับประทาน สารอาหารที่เป็นส่วนผสมที่เหมาะสมระหว่างสารเอชซีเอจากผลส้มแขกและสารอาหารเกลือแร่ โครเมียมโพลีนิโคติเนตก็จะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่และครบขบวนการ ที่สำคัญต้องทานอาหารให้ครบ หมู่และออกกำลังกายสม่ำเสมอด้วยจึงจะมีรูปร่างที่สวยและสดใสเพราะมีสุขภาพดี
    11. Ascorbic acid (Vitamin C)  50 mg. วิตามินซีจัดเป็นสารสำคัญที่มีผลต่อการทำงานหลายระบบของร่างกาย มีสรรพคุณหลายอย่าง อาทิ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดป้องกันโรคในระบบหัวใจ และหลอดเลือด และช่วยป้องกันโรคตับ และโรคไต เป็นต้น ทั้งนี้ วิตามินซีเป็นสารที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ แต่มักไม่เพียงพอกับความต้องการจึงจำเป็นต้องได้รับเพิ่มจากแหล่งอื่น เช่น พืชผัก และผลไม้ต่างๆ
    12. Co Enzyme Q10  30 mg. โคเอ็มไซม์ คิวเท็นหรืออีกชื่อหนึ่งคือ Ubiquinone เป็นสารคล้ายวิตามินที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นสารที่มีบทบาทในการเพิ่มพลังงานให้แก่เซลล์ เพื่อใช้เป็นพลังงานในร่างกาย เป็นสารสำคัญในการสังเคราะห์ Adenosinetriphosphate (ATP) ซึ่งเปรียบได้กับขุมพลังงานของเซลล์ทั่วร่างกายเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายโดยอนุมูลอิสระและยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคร้าย Coenzyme Q10 เป็นสารที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองโดยธรรมชาติและมีความจำเป็นต่อร่างกาย Coenzyme Q10 พบในเซลล์ทุกเซลล์ที่มีชีวิตในร่างกายโดยจะอยู่ที่ส่วนเยื่อหุ้ม (Membrane) ของไมโตคอนเดรีย ซึ่งไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial) นี้ทำหน้าที่ในการผลิตพลังงานให้กับเซลล์ โดยพลังงานดังกล่าวจะอยู่ในรูปของ ATP (AdenosineTriphosphate ) ซึ่งเป็นพลังงานพื้นฐานของเซลล์ Coenzyme Q10 ถูกพบมากในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูงซึ่งจะมีจำนวนไมโตคอนเดรีย(Mitocondrial) มาก เช่น หัวใจ ตับ กล้ามเนื้อ สมอง ส่วนอวัยวะอื่นๆก็พบ Coenzyme Q10 เช่นกันแต่พบค่อนข้างน้อยเนื่องจากอวัยวะดังกล่าวต้องการพลังงานน้อยจึงมีจำนวนไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial) น้อยตามไปด้วย ถัาระดับของ Coenzyme Q10 ลดลง ร่างกายจะไม่สามารถแปลงพลังงานจากอาหารให้อยู่ในสภาพที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้ เลยทำให้เกิดการเจ็บป่วย ร่างกายอ่อนเพลีย ระบบภูมิคุัมกันเสื่อมสภาพตามมาได้
    13. Oligo Fructoce  5,000 mg. สารสกัดจากพืช มีโมเลกุลใหญ่ ละลายน้ำได้ดีมาก เมื่อรับประทานจะไม่ถูกย่อย จึงมีคุณสมบัติเป็น ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ เมื่อรับประทานเข้าไป จะช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระ และทำให้อ่อนนุ่มลง การขับถ่ายจะดีขึ้น โอลิโกฟรุคโตสมีคุณสมบัติเป็นไฟเบอร์ ที่ละลายน้ำได้ดีมาก มีรสหวานอ่อนๆ กลิ่นหอมจางๆ เมื่อรับประทานจะไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหารส่วนต้น เมื่ออยู่ในลำไส้ใหญ่ จะทำให้กากอาหารมีปริมาณมากขึ้น มีความอ่อนนุ่มมาก ช่วยให้มีการขับถ่ายดี ท้องไม่ผูก ป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร  ช่วยลดการสะสมของสารพิษในร่างกาย  จึงมีผู้นิยมนำไปใช้เพื่อทำการดีท็อกซ์ เพื่อควบคุมน้ำหนัก เพื่อควบคุมโคเลสเตอรอล และการควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน
    14. Chromium 0.020 mg.ควบคุมน้ำหนัก ลดความอยากอาหาร
    15. Sucralose 30 mg. น้ำตาลเทียม ใช้แทนน้ำตาลธรรมชาติ ไม่มีแคลอรี่

    เลข อย 12-1-00355-2-0001

  • บทวิจารณ์ (0)
    Add a Review